แอป WiFi Calling คืออะไร
แอป WiFi Calling ช่วยให้สมาร์ทโฟนโทรออก รับสาย และส่งข้อความผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แทนการใช้โควตานาทีโทรของเครือข่ายมือถือ แอปบางประเภทเชื่อมต่อการโทรเฉพาะระหว่างผู้ใช้แอปด้วยกัน (แอปถึงแอป) เช่น WhatsApp หรือ Signal ส่วนแอปอื่นให้คุณโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์จริง ทั้งโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์มือถือ โดยส่งสายผ่านอินเทอร์เน็ตไปยังเครือข่ายโทรศัพท์สาธารณะ (แอปถึงโทรศัพท์) แอปประเภทหลังนี้มักเรียกว่า VoIP (voice over IP)
ทำไมจึงควรเลือกแอปสำหรับการโทรผ่าน Wi Fi
- ใช้ได้เมื่อสัญญาณมือถืออ่อน แต่คุณมี WiFi หรืออินเทอร์เน็ตมือถือ
- ประหยัดค่าโทรระหว่างประเทศด้วยการจ่ายตามอัตราของแอปแทนค่าบริการระหว่างประเทศของเครือข่ายมือถือ
- ส่งข้อความ โทร และแชร์สื่อได้โดยไม่ใช้ SMS/MMS มาตรฐาน (เหมาะสำหรับติดต่อกับผู้ที่อยู่ต่างประเทศ)
ความแตกต่างที่ควรพิจารณา:
- การโทรฟรีระหว่างผู้ใช้แอป เทียบกับการโทรแบบมีค่าใช้จ่ายไปยังหมายเลขโทรศัพท์ หลายแอปมีทั้งสองแบบ
- แอปกำหนดให้ลงทะเบียนหรือใช้หมายเลขโทรศัพท์หรือไม่
- วิธีคิดค่าบริการของแอป: คิดต่อวินาที ต่อนาที แบบสมัครสมาชิก หรือเครดิตแบบจ่ายตามการใช้งาน
- การรองรับแพลตฟอร์ม: iOS, Android, เดสก์ท็อป หรือฟีเจอร์ที่มีเฉพาะบน iPad
หากต้องการเปรียบเทียบตัวเลือกที่เน้นการโทรผ่าน WiFi โดยละเอียด โปรดดูคู่มือ แอป WiFi Calling ที่ดีที่สุด
แอป WiFi Calling 10 อันดับแรก
ด้านล่างคือแอปที่มีผู้ใช้งานอย่างแพร่หลาย 10 แอป ซึ่งช่วยให้โทรด้วยเสียงผ่าน WiFi หรืออินเทอร์เน็ตมือถือได้ ฉันจะอธิบายว่าแต่ละแอปเหมาะกับการใช้งานใดที่สุด และควรเลือกใช้เมื่อใด
- Skype
- ทำอะไรได้บ้าง: การโทรระหว่างผู้ใช้แอปฟรี การโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์จริงใช้ Skype Credit หรือแพ็กเกจสมัครสมาชิก
- จุดเด่น: ครอบคลุมทั่วโลก อัตราค่าโทรระหว่างประเทศไปยังโทรศัพท์บ้านแบบคิดต่อนาที และทำงานร่วมกับเดสก์ท็อปได้ดี
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องโทรไปยังโทรศัพท์บ้านในต่างประเทศจากเดสก์ท็อปหรือมือถือ
- Google Voice
- ทำอะไรได้บ้าง: โทรและส่งข้อความฟรีในสหรัฐฯ ไปยังหมายเลขในสหรัฐฯ/แคนาดา และโทรระหว่างประเทศไปยังประเทศอื่นในราคาประหยัด
- จุดเด่น: ระบบฝากข้อความเสียงในตัว รองรับการย้ายหมายเลขโทรศัพท์บน Android/iOS/เดสก์ท็อป
- เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ที่ต้องการหมายเลขที่สองที่ใช้งานได้เสถียรและถอดเสียงข้อความเสียงได้ง่าย
- ทำอะไรได้บ้าง: โทรด้วยเสียงและวิดีโอระหว่างผู้ใช้แอปฟรี พร้อมการเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง
- จุดเด่น: มีผู้ใช้งานจำนวนมากทั่วโลก โทรแบบกลุ่มได้ง่าย
- ข้อจำกัด: ไม่สามารถโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ทั่วไปได้โดยตรง
- เหมาะสำหรับ: ติดต่อกับคนที่ใช้ WhatsApp อยู่แล้ว
- Viber (และ Viber Out)
- ทำอะไรได้บ้าง: โทรระหว่างผู้ใช้แอปฟรี ส่วน Viber Out ช่วยให้โทรไปยังโทรศัพท์บ้านและมือถือได้โดยมีค่าใช้จ่าย
- จุดเด่น: ครอบคลุมการโทรแบบมีค่าใช้จ่ายทั่วโลกได้ดี ระบบเครดิตในแอปใช้งานง่าย
- เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้ที่ต้องการทั้งการส่งข้อความฟรีและการโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์แบบมีค่าใช้จ่ายเป็นครั้งคราว
- Signal
- ทำอะไรได้บ้าง: โทรด้วยเสียงและวิดีโอระหว่างผู้ใช้แอปอย่างปลอดภัย พร้อมฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวด
- จุดเด่น: การเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง ใช้ข้อมูลน้อย
- ข้อจำกัด: ไม่สามารถโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์โดยตรงได้
- เหมาะสำหรับ: การสนทนาที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวกับผู้ใช้ Signal คนอื่น
- FaceTime Audio (เฉพาะ iOS)
- ทำอะไรได้บ้าง: โทรด้วยเสียงคุณภาพสูงระหว่างอุปกรณ์ Apple ผ่าน WiFi หรืออินเทอร์เน็ตมือถือ
- จุดเด่น: เสียงมีคุณภาพดีเยี่ยมและทำงานร่วมกับระบบบน iPhone/iPad/Mac ได้เป็นอย่างดี
- ข้อจำกัด: ใช้งานได้เฉพาะระหว่างอุปกรณ์ Apple
- เหมาะสำหรับ: ครอบครัวหรือทีมที่ใช้อุปกรณ์ Apple เท่านั้น
- Telegram
- ทำอะไรได้บ้าง: โทรด้วยเสียงระหว่างผู้ใช้แอปอย่างปลอดภัยและสนทนาด้วยเสียงเป็นกลุ่ม
- จุดเด่น: ทำงานได้รวดเร็ว ใช้งานข้ามแพลตฟอร์มได้ และมีฟีเจอร์สำหรับกลุ่มขนาดใหญ่
- ข้อจำกัด: ไม่สามารถโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ทั่วไปได้ (โทรได้เฉพาะระหว่างผู้ใช้แอป)
- เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้ที่ต้องการรวมการส่งข้อความกับการสนทนาด้วยเสียงเป็นกลุ่มเป็นครั้งคราว
- Rebtel
- ทำอะไรได้บ้าง: โทรระหว่างผู้ใช้แอปและโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ด้วยอัตราที่แข่งขันได้ มีหมายเลขเข้าถึงในพื้นที่และแพ็กเกจสมัครสมาชิก
- จุดเด่น: เหมาะสำหรับโทรไปยังบางประเทศด้วยอัตราต่อนาทีที่ต่ำและตัวเลือกการโทรผ่านหมายเลขในพื้นที่
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่โทรระหว่างประเทศเป็นประจำและต้องการใช้หมายเลขในพื้นที่
- Telvio
- ทำอะไรได้บ้าง: แอป VoIP บนมือถือที่โทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์จริงในกว่า 200+ ประเทศผ่าน WiFi หรืออินเทอร์เน็ตมือถือ
- จุดเด่น: อัตราเริ่มต้นที่ $0.02/นาทีไปยังสหรัฐฯ และ $0.08/นาทีไปยังอินเดีย คิดค่าบริการเป็นรายวินาที ไม่มีค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อ เครดิตไม่มีวันหมดอายุ ไม่ต้องลงทะเบียนและไม่ต้องมีบัญชี พร้อมนาทีฟรี 1 นาทีเมื่อติดตั้งครั้งแรก
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการโทรไปยังโทรศัพท์บ้านและมือถือทั่วโลกในราคาถูกแบบจ่ายตามการใช้งาน โดยไม่ต้องสร้างบัญชี
- หมายเหตุ: เลือกแพ็กเครดิต Starter, Standard และ Pro ($1.99, $4.99, $9.99) ได้ตามปริมาณการโทรที่วางแผนไว้
- LINE
- ทำอะไรได้บ้าง: โทรระหว่างผู้ใช้แอป และใช้ LINE Out เพื่อโทรไปยังหมายเลขมือถือและโทรศัพท์บ้าน
- จุดเด่น: ได้รับความนิยมในเอเชีย มีฟีเจอร์รับส่งข้อความที่ครบครัน
- เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้ที่ติดต่อสื่อสารในภูมิภาคที่ LINE เป็นแอปส่งข้อความหลัก
เลือกแอปโดยพิจารณาจากกลุ่มคนที่คุณโทรหาบ่อยที่สุด (ผู้ใช้แอปหรือหมายเลขโทรศัพท์) ว่าคุณต้องการหมายเลขโทรศัพท์ในพื้นที่หรือระบบฝากข้อความเสียงหรือไม่ และต้องการชำระเงินแบบใด (สมัครสมาชิกหรือจ่ายตามการใช้งาน) หากต้องการความช่วยเหลือในการเลือกระหว่างตัวเลือก VoIP สำหรับการใช้งานส่วนตัวกับธุรกิจ การเปรียบเทียบ VoIP สำหรับธุรกิจ ของเราอาจช่วยให้เห็นข้อแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ได้ชัดเจนขึ้น
แอปที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องมี WiFi
เมื่อผู้ค้นหาพิมพ์ว่า “แอปโทรที่ไม่ต้องใช้ wifi” โดยทั่วไปมักหมายถึงหนึ่งในสองกรณี:
- แอปที่ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตมือถือ (3G/4G/5G) แทน WiFi
- บริการที่มีหมายเลขเข้าถึงในพื้นที่หรือฟีเจอร์โทรกลับ เพื่อให้คุณโทรจากสายโทรศัพท์ทั่วไปได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
แอปที่ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตมือถือ
- แอป WiFi Calling สมัยใหม่ส่วนใหญ่ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตมือถือได้เช่นกัน WhatsApp, Skype, Viber, Telvio, Google Voice และ Signal สามารถโทรออกหรือรับสายโดยใช้การเชื่อมต่อข้อมูลของโทรศัพท์ นั่นหมายความว่าคุณสามารถโทรได้บนรถไฟใต้ดินหรือระหว่างเดินทางในพื้นที่ที่มีสัญญาณมือถือแต่ไม่มี WiFi
แอปที่มีการโทรผ่านหมายเลขในพื้นที่หรือโทรกลับ
- บริการบางประเภท (Rebtel และผู้ให้บริการโทรระหว่างประเทศบางราย) มีหมายเลขเข้าถึงในพื้นที่หรือวิธีโทรกลับ คุณโทรไปยังหมายเลขในพื้นที่โดยใช้โควตานาทีมือถือปกติ จากนั้นผู้ให้บริการจะเชื่อมสายไปยังหมายเลขระหว่างประเทศ วิธีนี้ช่วยให้คุณโทรได้โดยไม่ใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ต แต่คุณอาจต้องจ่ายค่าบริการต่อนาทีให้เครือข่ายมือถือสำหรับช่วงการโทรในพื้นที่
การโทรผ่าน WiFi ของเครือข่ายมือถือกับแอป
- โปรดทราบว่าเครือข่ายมือถือหลายแห่งมี “Wi-Fi Calling” ในตัว ซึ่งใช้หมายเลขโทรศัพท์ปกติและโควตานาทีของเครือข่ายมือถือ วิธีนี้แตกต่างจากแอปที่ส่งสายผ่านอินเทอร์เน็ตไปยังโทรศัพท์เครื่องอื่น หากคุณต้องการแอปสำหรับโทรผ่าน wifi หรืออินเทอร์เน็ตมือถือเพื่อประหยัดค่าโทรระหว่างประเทศโดยเฉพาะ ให้เลือกแอป VoIP ที่รองรับการโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์
หากต้องการการเปรียบเทียบสั้น ๆ ระหว่างการโทรผ่านอินเทอร์เน็ตกับบัตรโทรศัพท์แบบเดิม การเปรียบเทียบบัตรโทรระหว่างประเทศ ของเราจะแสดงภาพรวมค่าใช้จ่ายและกรณีการใช้งานอย่างรวดเร็ว
วิธีใช้แอป WiFi Calling
ต่อไปนี้คือขั้นตอนที่ใช้ได้จริงในการตั้งค่าและใช้งานแอปสำหรับโทรผ่าน WiFi หรืออินเทอร์เน็ตมือถือให้ได้ผลดี
- เลือกแอปให้เหมาะกับการใช้งาน
- โทรระหว่างผู้ใช้แอปเท่านั้น: WhatsApp, Signal, Telegram, FaceTime
- โทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์: Skype, Viber Out, Rebtel, Telvio, LINE Out
- พิจารณาการรองรับอุปกรณ์ ค่าใช้จ่าย และดูว่าคุณต้องการส่งข้อความผ่าน WiFi ด้วยหรือไม่
- ติดตั้งและอนุญาตสิทธิ์
- อนุญาตให้เข้าถึงไมโครโฟน รวมถึงรายชื่อติดต่อและการแจ้งเตือนหากจำเป็น
- สำหรับแอปที่โทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ ให้เปิดสิทธิ์เข้าถึงสมุดโทรศัพท์เพื่อจับคู่หมายเลข
- ทดสอบการเชื่อมต่อ
- โทรทดสอบสั้น ๆ บนเครือข่าย WiFi ของคุณ หากเสียงขาดหายหรือมีความหน่วงสูง ให้เปลี่ยนไปใช้อินเทอร์เน็ตมือถือในการโทร หรือลองใช้เครือข่าย WiFi อื่น
- แอปหลายตัวแสดงตัวบ่งชี้คุณภาพการโทร ควรมีความเร็วอัปโหลด/ดาวน์โหลดที่เสถียร โดยทั่วไป 100–200 kbps ก็เพียงพอสำหรับการโทรด้วยเสียงที่ชัดเจน
- ทำความเข้าใจการคิดค่าบริการและเครดิต
- หากคุณใช้แอปเพื่อโทรผ่าน WiFi ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ (แบบมีค่าใช้จ่าย) ให้ตรวจสอบการคิดค่าบริการ ตัวอย่างเช่น Telvio มีแพ็กเครดิตแบบจ่ายตามการใช้งาน ($1.99, $4.99, $9.99) คิดค่าบริการเป็นรายวินาที และไม่มีค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อ เครดิตไม่มีวันหมดอายุ และคุณจะได้รับนาทีฟรี 1 นาทีเมื่อติดตั้งครั้งแรก
- สำหรับบริการแบบสมัครสมาชิก ให้ตรวจสอบว่าครอบคลุมประเทศใดบ้าง และรวมโทรศัพท์บ้านกับมือถือหรือไม่
- โทรออก
- โทรจากรายชื่อติดต่อหรือป้อนหมายเลขระหว่างประเทศพร้อมรหัสประเทศ (+44 สำหรับสหราชอาณาจักร, +91 สำหรับอินเดีย)
- สำหรับการโทรระหว่างประเทศครั้งใหญ่ ให้ตรวจสอบรหัสประเทศและรหัสพื้นที่อีกครั้งเพื่อป้องกันการกดหมายเลขผิด
- จัดการการใช้ข้อมูล
- หากคุณมีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือที่จำกัด ให้ตั้งค่าแอปให้ใช้ WiFi เท่านั้นสำหรับการโทร หรือตรวจสอบการใช้ข้อมูล
- แอปบางตัวให้คุณลดคุณภาพการโทรเพื่อประหยัดข้อมูล
- หมายเลขเสมือนและฟีเจอร์ขั้นสูง
- หากต้องการหมายเลขโทรศัพท์เสมือน (มีตัวตนในพื้นที่ของประเทศอื่น) ให้ดูคู่มืออย่าง คู่มือหมายเลขโทรศัพท์เสมือน หรือ คู่มือหมายเลขโทรศัพท์เสมือนฟรี
- ธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้การโทรผ่านอินเทอร์เน็ตควรดู การเปรียบเทียบ VoIP สำหรับธุรกิจ
วิธีเลือกระหว่างการคิดค่าบริการเป็นรายวินาทีกับรายนาที
- การคิดค่าบริการเป็นรายวินาทีช่วยประหยัดเงินเมื่อโทรสายสั้น ๆ การคิดค่าบริการเป็นรายวินาทีของ Telvio มีประโยชน์หากคุณโทรเช็กอินสั้น ๆ บ่อยครั้ง การคิดค่าบริการเป็นรายนาทีอาจปัดเศษสายสั้น ๆ ขึ้น ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับ: เติมยอดคงเหลือเล็กน้อยไว้ในแอปแบบจ่ายตามการใช้งาน เพื่อป้องกันการหยุดชะงักระหว่างการโทรสำคัญ หากเดินทาง ให้ทดสอบอัตราค่าโทรในพื้นที่และพิจารณาใช้ WiFi SIM ในพื้นที่หรือแพ็กเกจโรมมิ่ง
ประโยชน์ของ WiFi Calling
แอป WiFi Calling มีข้อดีที่เห็นได้ชัดหลายประการสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปและผู้ที่เดินทางเป็นประจำ
ค่าโทรระหว่างประเทศถูกลง
- การโทรระหว่างประเทศจากแอป WiFi Calling มักมีค่าใช้จ่ายถูกกว่านาทีโทรระหว่างประเทศของเครือข่ายมือถือ ตัวอย่างเช่น Telvio ระบุอัตราเริ่มต้นที่ $0.02/นาทีไปยังสหรัฐฯ และ $0.08/นาทีไปยังอินเดีย ซึ่งอาจถูกกว่าอัตราโรมมิ่งส่วนใหญ่มาก
สัญญาณภายในอาคารดีขึ้น
- หากอาคารของคุณมีสัญญาณมือถือไม่ดี แอป WiFi Calling ช่วยให้คุณโทรได้อย่างชัดเจนผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ยืดหยุ่น: WiFi หรืออินเทอร์เน็ตมือถือ
- แอปส่วนใหญ่ทำงานได้ทั้งบน WiFi และอินเทอร์เน็ตมือถือ คุณจึงสลับเครือข่ายได้อย่างราบรื่น ทำให้ใช้งานได้ดีไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ร้านกาแฟ หรือระหว่างเดินทาง
ไม่ต้องผูกมัดระยะยาว
- แอปหลายตัวมีเครดิตแบบจ่ายตามการใช้งานหรือแพ็กเกจรายเดือนที่เรียบง่าย เมื่อใช้แพ็กเครดิตที่ไม่มีวันหมดอายุ คุณจะไม่เสียเงินหากรูปแบบการโทรเปลี่ยนไป
ฟีเจอร์ขั้นสูง
- แอป VoIP มักมีระบบฝากข้อความเสียง หมายเลขผู้โทร การโอนสาย และบางครั้งมีหมายเลขเสมือนในพื้นที่ สำหรับรายละเอียดการตั้งค่าหมายเลขเสมือน โปรดดู คู่มือหมายเลขโทรศัพท์เสมือน
ประโยชน์สำหรับธุรกิจ
- บริษัทต่าง ๆ สามารถลดค่าโทรระหว่างประเทศและใช้หมายเลขผ่านแอปเพื่อรักษาตัวตนในพื้นที่ หากคุณกำลังประเมินตัวเลือกต่าง ๆ การเปรียบเทียบ VoIP สำหรับธุรกิจ จะช่วยเปรียบเทียบฟีเจอร์และราคา
ข้อดีด้านสิ่งแวดล้อมและการเดินทาง
- ใช้ WiFi Calling ในต่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงค่าบริการโรมมิ่ง เมื่อใช้ร่วมกับเครือข่าย WiFi ในพื้นที่หรือแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือ แอป WiFi Calling จะช่วยลดความจำเป็นในการใช้โควตานาทีโรมมิ่งราคาแพง
ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว
- แอปสมัยใหม่หลายตัวมีการเข้ารหัสที่รัดกุมสำหรับเสียงและข้อความ หากความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญ ให้เลือกแอปอย่าง Signal หรือแอปที่เปิดเผยรูปแบบการรักษาความปลอดภัยของตน
ข้อเสียที่ควรพิจารณา
- คุณภาพการโทรขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
- บริการบางประเภทไม่สามารถโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ทั่วไปได้ฟรี
- การโทรฉุกเฉิน (เช่น 911) อาจทำงานแตกต่างกันบนแอป VoIP โปรดตรวจสอบข้อกำหนดในพื้นที่และความสามารถของแอป
หากคุณเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของแอปโทรระหว่างประเทศกับบัตรโทรศัพท์แบบเดิม การเปรียบเทียบบัตรโทรระหว่างประเทศ ของเราจะแสดงให้เห็นว่าแอป VoIP กลายเป็นตัวเลือกที่ถูกกว่าเมื่อใด
คำถามที่พบบ่อย
แอปที่ดีที่สุดสำหรับการโทรผ่าน Wi Fi คือแอปใด?
แอปที่ดีที่สุดสำหรับการโทรผ่าน WiFi ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ หากต้องการโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์จริงทั่วโลก แอปอย่าง Skype, Rebtel และ Telvio เป็นตัวเลือกที่ดี หากต้องการโทรและส่งข้อความระหว่างผู้ใช้แอปฟรี WhatsApp, Signal และ Telegram ก็ใช้งานได้ดี หากต้องการอัตราค่าโทรต่อนาทีที่ต่ำไปยังโทรศัพท์บ้านและมือถือ ให้พิจารณา Telvio ซึ่งมีราคาแบบจ่ายตามการใช้งานและคิดค่าบริการเป็นรายวินาที
แอปใดที่ใช้โทรผ่าน WiFi ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ทั่วไปได้?
แอปที่ช่วยให้คุณโทรผ่าน WiFi ไปยังหมายเลขทั่วไปได้ ได้แก่ Skype (ใช้เครดิต), Viber Out, Rebtel, LINE Out และ Telvio บริการเหล่านี้ส่งสายจากอินเทอร์เน็ตไปยังเครือข่ายโทรศัพท์สาธารณะ ทำให้ผู้รับได้รับสายโทรศัพท์ทั่วไป
สามารถโทรผ่าน WiFi โดยไม่ใช้โควตานาทีมือถือได้หรือไม่?
ได้ เมื่อคุณใช้แอปโทรผ่าน WiFi สายจะเดินทางผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและไม่ใช้โควตานาทีเสียงของเครือข่ายมือถือ หากแอปโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ทั่วไป คุณอาจจ่ายตามอัตรา VoIP ของแอปแทนค่าบริการของเครือข่ายมือถือ
มีแอปสำหรับส่งข้อความผ่าน WiFi หรือไม่?
มี แอปส่งข้อความหลายตัวช่วยให้คุณส่งข้อความผ่าน WiFi ได้ ตัวเลือกยอดนิยม ได้แก่ WhatsApp, Signal, Telegram, Viber และ iMessage (อุปกรณ์ Apple) แอปเหล่านี้ช่วยให้คุณส่งข้อความ รูปภาพ และข้อความเสียงได้โดยไม่ใช้ SMS
มีแอปโทรที่ไม่ต้องใช้ WiFi หรือไม่?
หาก “ไม่ต้องใช้ WiFi” หมายถึงแอปที่ใช้อินเทอร์เน็ตมือถือได้ แอป VoIP สมัยใหม่ส่วนใหญ่ เช่น WhatsApp, Skype, Telvio และ Viber ทำงานผ่าน 3G/4G/5G ได้ แต่หากหมายถึง “ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตเลย” จะมีเพียงการโทรผ่านเครือข่ายมือถือแบบดั้งเดิมหรือบริการโทรกลับในพื้นที่ที่โทรออกผ่านหมายเลข PSTN เท่านั้นที่ใช้งานได้
แอปใดดีที่สุดสำหรับการโทรผ่าน WiFi เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ?
สำหรับการโทรราคาประหยัดไปยังโทรศัพท์ ให้พิจารณาแอปที่เชี่ยวชาญด้านการโทรแบบมีค่าใช้จ่ายไปยังหมายเลขโทรศัพท์ Telvio มีอัตราค่าโทรไปยัง 200+ ประเทศและคิดค่าบริการเป็นรายวินาที ซึ่งอาจประหยัดสำหรับสายสั้น ๆ Rebtel และ Skype ก็มีตัวเลือกการโทรระหว่างประเทศเช่นกัน ควรทดสอบแต่ละแอปบนเครือข่ายที่จะใช้และเปรียบเทียบอัตราสำหรับปลายทางที่คุณโทรหาบ่อยที่สุด สรุป: หากคุณต้องการแอปสำหรับโทรผ่าน WiFi ไปยังหมายเลขโทรศัพท์จริงโดยไม่ต้องสร้างบัญชี Telvio เหมาะกับการใช้งานนี้ โดยมีแพ็กเครดิตแบบจ่ายตามการใช้งาน ($1.99, $4.99, $9.99) คิดค่าบริการเป็นรายวินาที ไม่มีค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อ เครดิตไม่มีวันหมดอายุ และมีนาทีฟรี 1 นาทีเมื่อติดตั้งครั้งแรก Telvio ใช้งานได้บน iPhone และ Android และโทรไปยัง 200+ ประเทศ จึงเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้จริงหากคุณให้ความสำคัญกับอัตราค่าโทรต่ำและการตั้งค่าที่ไม่ยุ่งยาก