แอปโทรและส่งข้อความผ่าน WiFi คืออะไร
แอปโทรและส่งข้อความผ่าน WiFi ช่วยให้คุณโทรด้วยเสียงและส่งข้อความผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แทนการใช้โควตานาทีโทรหรือ SMS ของเครือข่ายมือถือ การเชื่อมต่อนั้นอาจเป็น WiFi ที่บ้านหรือ WiFi สาธารณะ หรือดาต้ามือถือ (3G/4G/5G) แอปจำนวนมากใช้งานระหว่างผู้ใช้แอปเดียวกันได้ฟรี และบางแอปยังให้คุณโทรหรือส่งข้อความไปยังหมายเลขโทรศัพท์จริง (โทรศัพท์บ้านและมือถือ) โดยใช้หมายเลขท้องถิ่นหรือหมายเลขเสมือน
เหตุผลที่ควรใช้:
- ประหยัดโควตานาทีโทรและค่าโทรระหว่างประเทศเมื่อใช้ WiFi
- มีหมายเลขโทรศัพท์ที่สองสำหรับงาน โปรเจกต์เสริม หรือการเดินทาง
- ติดต่อได้ในพื้นที่ที่สัญญาณมือถือไม่ดีแต่มีการเชื่อมต่อ WiFi ที่เสถียร
ข้อแตกต่างสำคัญสองประการ:
- การโทรและส่งข้อความระหว่างแอป: ฟรีเมื่อทั้งสองคนใช้แอปเดียวกัน (ตัวอย่างเช่น WhatsApp, Signal)
- การโทรและส่งข้อความจากแอปไปยังหมายเลขโทรศัพท์: อาจฟรีในบางภูมิภาค (มักเป็นสหรัฐฯ/แคนาดา) หรือใช้เครดิต/แพ็กเกจสมาชิกสำหรับการโทรระหว่างประเทศ
หากต้องการเปรียบเทียบการวิดีโอคอลระหว่างแอป โปรดดูคู่มือแพลตฟอร์มวิดีโอคอลออนไลน์ฟรี สำหรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการทำงานของบริการ VoIP และวิธีเลือกตัวเลือกแบบชำระเงิน โปรดดูบทอธิบาย VoIP ของเรา
5 แอปโทรผ่าน WiFi ฟรียอดนิยมที่ไม่ต้องมีบริการโทรศัพท์
ด้านล่างคือตัวเลือกยอดนิยม 5 รายการที่ให้คุณโทรและส่งข้อความผ่าน WiFi ได้โดยไม่ต้องมีแพ็กเกจเครือข่ายมือถือที่ใช้งานอยู่บนอุปกรณ์ เราระบุสิ่งที่ใช้งานได้ฟรี พื้นที่ให้บริการ และข้อจำกัดสำคัญไว้ให้แล้ว
- TextNow (Android, iOS)
- ทำอะไรได้บ้าง: ให้หมายเลขโทรศัพท์สหรัฐฯ/แคนาดาฟรีสำหรับโทรและส่งข้อความผ่าน WiFi หรือดาต้ามือถือ
- ฟรีหรือเสียเงิน: ระดับฟรีมีโฆษณา แพ็กเกจแบบชำระเงินจะลบโฆษณาและเพิ่มฟีเจอร์
- เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้ที่ต้องการแอปโทรและส่งข้อความฟรีผ่าน WiFi พร้อมหมายเลขโทรศัพท์จริง
- หมายเหตุ: การโทรระหว่างประเทศไปยังหมายเลขนอกสหรัฐฯ/แคนาดาต้องใช้เครดิตแบบชำระเงิน TextNow ใช้งานได้ผ่าน WiFi และดาต้ามือถือ ดังนั้นหากคุณถามว่า “TextNow ใช้งานโดยไม่มี WiFi ได้หรือไม่” แอปจะใช้แพ็กเกจดาต้าของคุณเมื่อไม่มี WiFi
- Google Voice (Android, iOS, web)
- ทำอะไรได้บ้าง: กำหนดหมายเลขโทรศัพท์สหรัฐฯ ที่เชื่อมโยงกับ Google สำหรับโทร ส่งข้อความ และรับฝากข้อความเสียงผ่าน WiFi หรือดาต้า
- ฟรีหรือเสียเงิน: การโทรและส่งข้อความภายในประเทศสหรัฐฯ ฟรี ส่วนการโทรระหว่างประเทศคิดค่าบริการต่อนาทีในอัตราที่แข่งขันได้
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการหมายเลขสหรัฐฯ ที่เสถียร ไม่มีโฆษณา และเชื่อมโยงกับบัญชี Google
- หมายเหตุ: ใช้งานได้ผ่าน WiFi และดาต้ามือถือ ไม่มีหมายเลขฟรีให้บริการในทุกประเทศ
- Talkatone (Android, iOS)
- ทำอะไรได้บ้าง: โทรและส่งข้อความฟรีในสหรัฐฯ และแคนาดาโดยใช้หมายเลขที่กำหนดให้ พร้อมโฆษณา
- ฟรีหรือเสียเงิน: ใช้งานโดยมีโฆษณา หรือเลือกแพ็กเกจพรีเมียมเพื่อลบโฆษณาและรับนาทีโทรเพิ่มเติม
- เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้ที่ต้องการแอปโทรและส่งข้อความฟรีที่ใช้งานง่ายสำหรับอุปกรณ์ Android ผ่าน WiFi
- หมายเหตุ: รองรับการโทรผ่าน WiFi และจะเปลี่ยนไปใช้ดาต้ามือถือเมื่อจำเป็น
- TextFree (หรือที่รู้จักในชื่อ Pinger) (Android, iOS)
- ทำอะไรได้บ้าง: ส่งข้อความและโทรฟรีด้วยหมายเลขโทรศัพท์สหรัฐฯ ที่กำหนดให้ โดยมีโฆษณาสนับสนุน
- ฟรีหรือเสียเงิน: จ่ายเงินเพื่อลบโฆษณา หรือซื้อนาทีโทรสำหรับการโทรระหว่างประเทศ
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการประสบการณ์ที่เน้นการส่งข้อความและมีหมายเลขโทรศัพท์รวมอยู่ด้วย
- หมายเหตุ: การโทรและส่งข้อความทำงานผ่าน WiFi หรือดาต้า การส่งข้อความไปยังหมายเลขสหรัฐฯ มักไม่จำกัด
- Dingtone (Android, iOS)
- ทำอะไรได้บ้าง: ให้โทรและส่งข้อความฟรีผ่านเครดิตที่ได้รับ (ดูโฆษณา ทำข้อเสนอให้เสร็จ) และมีชุดเครดิตแบบชำระเงินสำหรับเติมเครดิตโดยตรง
- ฟรีหรือเสียเงิน: คุณสามารถรับนาทีโทรฟรีได้ แต่ผู้ใช้จำนวนมากมักจะซื้อเครดิต
- เหมาะสำหรับ: นักเดินทางที่ต้องการแอปสำรองสำหรับโทรฟรีเป็นครั้งคราวโดยไม่ต้องมีบริการโทรศัพท์
- หมายเหตุ: ค่าโทรระหว่างประเทศแตกต่างกันตามปลายทาง และอาจถูกกว่าหากใช้เครดิตแบบชำระเงิน
แอปเหล่านี้แตกต่างจากบริการระหว่างแอปอย่างไร (WhatsApp, Signal, Messenger)
- WhatsApp และ Signal ให้คุณโทรและส่งข้อความระหว่างผู้ใช้ทั่วโลกได้ฟรีอย่างแท้จริง แต่ไม่ได้ให้หมายเลขโทรศัพท์สาธารณะสำหรับโทรไปยังโทรศัพท์บ้านหรือมือถือทั่วไป หากต้องการโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์จริง ให้เลือกแอปด้านบนที่รองรับการโทรจากแอปไปยังโทรศัพท์ หรือใช้บริการ VoIP แบบชำระเงิน
สำหรับรายการตัวเลือกที่แนะนำเพิ่มเติม โปรดดูคู่มือแอปโทรผ่าน WiFi ที่ดีที่สุดของเรา
ฟีเจอร์ที่ควรมองหาในแอปสื่อสารผ่าน WiFi
เมื่อเลือกแอปโทรและส่งข้อความฟรีผ่าน WiFi ให้ประเมินฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริงเหล่านี้ เพื่อให้แอปเหมาะกับความต้องการของคุณ
- โทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ทั่วไปได้หรือไม่
- แอปบางตัวให้โทรฟรีระหว่างผู้ใช้แอปเท่านั้น หากคุณต้องการติดต่อโทรศัพท์บ้านหรือผู้ที่ไม่ได้ใช้แอป ให้ตรวจสอบว่าแอปรองรับการโทรจากแอปไปยังโทรศัพท์ และตรวจสอบราคาสำหรับปลายทางระหว่างประเทศ
- การมีหมายเลขฟรีและภูมิภาคที่ให้บริการ
- แอปฟรีจำนวนมากให้เฉพาะหมายเลขสหรัฐฯ หรือแคนาดา หากต้องการหมายเลขจากประเทศอื่น คุณมักจะต้องชำระเงินหรือใช้บริการแบบชำระเงิน
- รูปแบบค่าใช้จ่าย: โฆษณา เครดิต หรือแพ็กเกจสมาชิก
- แอปที่มีโฆษณาให้คุณโทรและส่งข้อความพื้นฐานได้ฟรี แต่จะแสดงโฆษณา แอปที่ใช้เครดิต (เช่น Dingtone) ให้คุณสะสมนาทีโทรได้ แต่อาจต้องซื้อเครดิตเมื่อใช้งานมากขึ้น แพ็กเกจสมาชิกมีค่าใช้จ่ายรายเดือนคงที่สำหรับนาทีโทรแบบไม่จำกัดในโซนที่กำหนด
- คุณภาพและความเสถียร
- ตรวจสอบรีวิวเกี่ยวกับคุณภาพการโทรผ่าน WiFi และดาต้ามือถือ WiFi สาธารณะที่มีผู้ใช้หนาแน่นอาจทำให้สายหลุดหรือเสียงไม่ชัด
- การใช้ดาต้าและแบตเตอรี่
- การโทร VoIP ใช้ดาต้า โดยทั่วไปประมาณ 0.5–1 MB ต่อนาทีสำหรับเสียงที่บีบอัด เมื่อโทรนาน ปริมาณดาต้าจะสะสมมากขึ้น ควรพิจารณาใช้แพ็กเกจดาต้าหรือเชื่อมต่อ WiFi
- ความเป็นส่วนตัวและการเข้ารหัส
- บริการระหว่างแอปอย่าง Signal ใช้การเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง แอปโทรฟรีส่วนใหญ่ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายโทรศัพท์จะไม่เข้ารหัสการโทรไปยังเครือข่ายโทรศัพท์สาธารณะ
- คิดค่าบริการเป็นวินาทีหรือเป็นนาที
- หากคุณจ่ายเป็นนาที การคิดค่าบริการเป็นวินาทีช่วยไม่ให้ต้องจ่ายสำหรับวินาทีที่ไม่ได้ใช้ ผู้ให้บริการ VoIP แบบชำระเงินบางรายคิดค่าบริการเป็นวินาที ซึ่งช่วยประหยัดเงินสำหรับการโทรสั้น ๆ
- การย้ายหมายเลขและข้อกำหนดเกี่ยวกับบัญชี
- แอปบางตัวต้องลงทะเบียนหรือเชื่อมโยงกับบัญชีโซเชียล หากต้องการตั้งค่าให้น้อยที่สุด ให้มองหาแอปที่ไม่บังคับให้ยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน เครดิตที่ไม่มีวันหมดอายุเป็นข้อดีที่ใช้งานได้จริงหากคุณใช้แอปเป็นครั้งคราว
หากต้องการโทรระหว่างประเทศไปยังหมายเลขโทรศัพท์จริงในราคาประหยัด แอป VoIP แบบชำระเงินอาจถูกกว่าและคาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้มากกว่าแอปฟรีที่ใช้เครดิต โปรดดูคู่มือวิธีโทรระหว่างประเทศหรือบทความเกี่ยวกับการโทรระหว่างประเทศฟรีของเราเพื่อดูตัวเลือกและเคล็ดลับ
วิธีใช้แอปโทรผ่าน WiFi ให้มีประสิทธิภาพ
ทำตามขั้นตอนที่ใช้งานได้จริงเหล่านี้เพื่อให้การสื่อสารด้วยเสียงและข้อความผ่าน WiFi มีความเสถียร
- เลือกแอปให้เหมาะกับความต้องการ
- หากคุณโทรหาคนที่ใช้แอปเดียวกันเป็นหลัก ให้เลือกแอปที่ปลอดภัยอย่าง Signal หรือ WhatsApp
- หากต้องการโทรไปยังโทรศัพท์บ้านหรือหมายเลขมือถือในประเทศอื่น ให้เลือกบริการที่รองรับการโทรจากแอปไปยังโทรศัพท์ และเปรียบเทียบอัตราค่าบริการต่อนาที ตัวอย่างเช่น Telvio ให้บริการโทร VoIP แบบชำระเงินไปยัง 200+ ประเทศ โดยมีอัตราเริ่มต้นที่ $0.02/min ไปยังสหรัฐฯ และ $0.08/min ไปยังอินเดีย คิดค่าบริการเป็นวินาที และไม่มีค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อ
- ใช้ WiFi สำหรับการโทรนาน ๆ และเพื่อประหยัดดาต้ามือถือ
- โดยทั่วไป WiFi ที่บ้านให้คุณภาพดีที่สุด สำหรับการสนทนานาน (15+ นาที) ควรใช้ WiFi เพื่อประหยัดดาต้ามือถือ
- ทดสอบคุณภาพการโทรก่อนการโทรสำคัญ
- โทรทดสอบสั้น ๆ เพื่อยืนยันความชัดของเสียงและความหน่วงก่อนสัมภาษณ์งานหรือโทรหาลูกค้า
- ตรวจสอบการใช้ดาต้า
- ประมาณการใช้ดาต้าสำหรับเสียงไว้ที่ราว 0.5–1 MB ต่อนาที หากคุณมีแพ็กเกจดาต้ามือถือจำกัด ให้ติดตามการใช้งานหรือเปลี่ยนไปใช้ WiFi
- รักษาความปลอดภัยของการเชื่อมต่อ
- หลีกเลี่ยงการโทรเรื่องละเอียดอ่อนผ่าน WiFi สาธารณะที่ไม่มีการรักษาความปลอดภัย หากจำเป็นต้องใช้ WiFi สาธารณะ ให้ใช้ VPN ที่น่าเชื่อถือเพื่อปกป้องข้อมูลการสื่อสาร
- เตรียมตัวเลือกสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน
- หากต้องการให้ผู้ติดต่อเข้าถึงคุณได้แน่นอน ควรตั้งค่าตัวเลือก VoIP แบบชำระเงินอย่างน้อยหนึ่งตัวเลือกหรือมีซิมท้องถิ่น แอปแบบชำระเงินอย่าง Telvio ให้คุณโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์จริงทั่วโลกด้วยอัตราค่าบริการต่อนาทีที่คาดการณ์ได้ และไม่ต้องมีแพ็กเกจเครือข่ายมือถือบนโทรศัพท์
- ใช้การคิดค่าบริการเป็นวินาทีเมื่อทำได้
- หากผู้ให้บริการของคุณคิดค่าบริการเป็นวินาทีแทนการปัดเป็นนาทีเต็ม คุณจะประหยัดค่าโทรสั้น ๆ ได้ ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์สำหรับผู้ที่โทรสั้น ๆ หลายครั้ง
- ลักษณะการเรียกเข้าและการรับฝากข้อความเสียง
- แอปบางตัวอาจไม่โอนสายหรือทำงานร่วมกับระบบฝากข้อความเสียงของเครือข่ายมือถือ ทดสอบวิธีจัดการข้อความเสียง และตรวจสอบว่าแอปมีกล่องข้อความเสียงของตัวเองหรือไม่
- อัปเดตแอปอยู่เสมอ
- การอัปเดตช่วยแก้บั๊กและปรับปรุงตัวแปลงสัญญาณเสียง การอัปเดตเป็นประจำช่วยรักษาคุณภาพการโทรและความปลอดภัยให้ดีขึ้น
- เข้าใจข้อจำกัดของคำว่า “ไม่มี WiFi”
- ผู้ใช้จำนวนมากค้นหา “แอปบริการโทรศัพท์ฟรีที่ไม่มี WiFi” หรือ “ส่งข้อความฟรี โทรผ่าน wifi” โดยคาดว่าจะโทรได้แม้ออฟไลน์ แต่แอปเหล่านี้ยังต้องใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น WiFi หรือดาต้ามือถือ จึงจะทำงานได้ การโทรนอกเครือข่ายอย่างแท้จริงเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่คุณจะมีเครือข่ายมือถือหรือบริการดาวเทียม
สำหรับเคล็ดลับเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโทรระหว่างประเทศและการควบคุมค่าใช้จ่าย โปรดอ่านคู่มือการโทรระหว่างประเทศของเรา
ข้อดีและข้อเสียของแอปสื่อสารผ่าน WiFi ฟรี
แอปโทรและส่งข้อความผ่าน WiFi ฟรีมีประโยชน์ชัดเจน แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยนเช่นกัน พิจารณาประเด็นเหล่านี้เมื่อเลือกแอป
ข้อดี
- ประหยัดค่าใช้จ่าย: คุณไม่ต้องเสียโควตานาทีโทรและค่าธรรมเนียม SMS เมื่อใช้ WiFi สำหรับการโทรภายในประเทศในโซนที่รองรับ (สหรัฐฯ/แคนาดา) แอปจำนวนมากให้โทรและส่งข้อความฟรี
- มีหมายเลขโทรศัพท์เพิ่มเติม: แอปให้หมายเลขโทรศัพท์ที่สองซึ่งมีประโยชน์สำหรับธุรกิจ ประกาศขายสินค้า หรือการเดินทาง
- ใช้งานได้หลายแพลตฟอร์ม: ใช้แอปบน Android, iPhone, แท็บเล็ต และบางครั้งบนเดสก์ท็อป
- ยืดหยุ่น: ใช้การโทรผ่าน WiFi เป็นตัวเลือกสำรองเมื่อสัญญาณมือถืออ่อน
- ตั้งค่าได้รวดเร็ว: ดาวน์โหลดแอปแล้วเริ่มโทรได้ทันที แอปบางตัวไม่ต้องมีแพ็กเกจเครือข่ายมือถือเต็มรูปแบบหรือสัญญาระยะยาว
ข้อเสีย
- การโทรไปยังหมายเลขจริงฟรีมีข้อจำกัด: การโทรฟรีไปยังหมายเลขโทรศัพท์ทั่วไปมักจำกัดอยู่ที่สหรัฐฯ/แคนาดา การโทรระหว่างประเทศมักต้องใช้เครดิตหรือเสียค่าบริการต่อนาที
- โฆษณาและการเสนอขายเพิ่มเติม: แอปที่ “ฟรี” จำนวนมากใช้โฆษณาหรือผลักดันให้ซื้อสินค้าในแอปเพื่อสร้างรายได้
- คุณภาพการโทรไม่คงที่: WiFi สาธารณะหรือเครือข่ายที่มีผู้ใช้หนาแน่น รวมถึงความเร็วดาต้ามือถือที่ต่ำ อาจทำให้คุณภาพเสียงลดลง
- ข้อแลกเปลี่ยนด้านความเป็นส่วนตัว: แอปฟรีบางตัวไม่มีการเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทางสำหรับการโทรจากแอปไปยังโทรศัพท์ บริการที่เข้ารหัสการสื่อสารระหว่างแอปไม่ครอบคลุมการโทรไปยังเครือข่ายโทรศัพท์ทั่วไป
- การย้ายหมายเลขและความถาวร: หมายเลขฟรีอาจถูกนำกลับไปใช้ใหม่หากไม่มีการใช้งาน หรืออาจมีข้อจำกัดตามภูมิภาค
- ข้อจำกัดเมื่อออฟไลน์: แอปเหล่านี้ต้องใช้ WiFi หรือดาต้ามือถือ การค้นหา “แอปส่งข้อความและโทรฟรีโดยไม่มี WiFi” มักนำไปสู่บริการที่ใช้แพ็กเกจดาต้าของคุณจริง ๆ
เมื่อใดควรเปลี่ยนจากแอปฟรี
- โทรระหว่างประเทศไปยังผู้ที่ไม่ได้ใช้แอปเป็นประจำ: VoIP แบบชำระเงินมักมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าและเสถียรกว่า แอปแบบชำระเงินที่มีราคาต่อนาทีแน่นอนและคิดค่าบริการเป็นวินาทีอาจคุ้มค่ากว่าสำหรับผู้ที่โทรระหว่างประเทศบ่อย
- การใช้งานทางธุรกิจ: บริการแบบชำระเงินให้การสนับสนุน ความเสถียร และฟีเจอร์ด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ดีกว่า
ตัวอย่างแบบชำระเงิน: Telvio
- Telvio ให้บริการโทร VoIP ราคาประหยัดไปยังหมายเลขโทรศัพท์จริงใน 200+ ประเทศ โดยเริ่มต้นที่ $0.02/min ไปยังสหรัฐฯ และ $0.08/min ไปยังอินเดีย Telvio คิดค่าบริการเป็นวินาที ไม่มีค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อ และจำหน่ายชุดเครดิต ($1.99 Starter, $4.99 Standard, $9.99 Pro) เครดิตไม่มีวันหมดอายุ และคุณไม่จำเป็นต้องมีบัญชีเพื่อเริ่มใช้งาน Telvio ให้โทรฟรี 1 นาทีเมื่อติดตั้งครั้งแรก หากต้องการโทรระหว่างประเทศโดยมีค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ได้ โดยไม่ต้องพึ่งโฆษณาหรือเครดิตที่สะสมจากการทำกิจกรรม VoIP แบบชำระเงินเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกโทรระหว่างประเทศราคาถูก โปรดดูบทสรุปการโทรระหว่างประเทศฟรีของเรา
ตัวอย่างการใช้งาน
- หากคุณโทรไปอินเดียวันละ 10 นาที ให้เปรียบเทียบตัวเลือกต่าง ๆ แอปฟรีอาจไม่ให้บริการหมายเลขอินเดียในราคาต่ำอย่างสม่ำเสมอ ด้วย Telvio ที่ $0.08/min จะเท่ากับ $0.80/วัน หรือประมาณ $24/เดือน สำหรับการโทรวันละ 10 นาที แอปฟรีที่คิดค่าใช้จ่ายเป็นเครดิตอาจมีราคาสูงกว่าหรือไม่เสถียร ส่วน VoIP แบบชำระเงินให้ใบแจ้งค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ได้และมักมีคุณภาพดีกว่า
สำหรับรีวิวและการเปรียบเทียบแอปเพิ่มเติม โปรดดูรายการแอปโทรผ่าน WiFi ที่ดีที่สุดของเรา
คำถามที่พบบ่อย
แอปโทรและส่งข้อความฟรีผ่าน wifi คืออะไร?
แอปโทรและส่งข้อความฟรีผ่าน WiFi คือแอปที่ให้คุณโทรด้วยเสียงและส่งข้อความโดยใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แทนเครือข่ายของผู้ให้บริการมือถือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแอป การโทรอาจฟรีเมื่อทั้งสองฝ่ายใช้แอปเดียวกัน หรืออาจมีการโทรฟรีแบบจำกัดไปยังหมายเลขโทรศัพท์จริงในบางภูมิภาค (โดยทั่วไปคือสหรัฐฯ/แคนาดา) ตัวอย่างเช่น TextNow, Talkatone และ Google Voice
มีแอปส่งข้อความและโทรฟรีผ่าน wifi ที่ให้หมายเลขโทรศัพท์จริงหรือไม่?
มี แอปอย่าง TextNow, TextFree, Talkatone และ Google Voice ให้หมายเลขโทรศัพท์สหรัฐฯ จริงที่รับสายและข้อความผ่าน WiFi ได้ แอปส่วนใหญ่ให้ใช้งานฟรีโดยมีโฆษณา ส่วนการโทรระหว่างประเทศมักต้องใช้เครดิตหรือเสียค่าบริการต่อนาที
แอปโทรและส่งข้อความฟรีที่ดีที่สุดสำหรับอุปกรณ์ Android ผ่าน WiFi คืออะไร?
คำว่า “ดีที่สุด” ขึ้นอยู่กับความต้องการ หากต้องการหมายเลขโทรศัพท์ฟรีและส่งข้อความหรือโทรภายในสหรัฐฯ/แคนาดาแบบไม่จำกัด TextNow และ Talkatone เป็นตัวเลือกที่ดีบน Android หากต้องการประสบการณ์ที่ไม่มีโฆษณาและเชื่อมโยงกับบัญชี Google Google Voice เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม สำหรับการส่งข้อความและโทรอย่างปลอดภัยระหว่างแอป Signal หรือ WhatsApp ก็ใช้งานได้ดี
TextNow รองรับการโทรผ่าน WiFi หรือไม่?
รองรับ TextNow ทำงานผ่าน WiFi และดาต้ามือถือ คุณสามารถใช้ TextNow โดยไม่มี WiFi ได้ด้วยการเปลี่ยนไปใช้การเชื่อมต่อดาต้ามือถือ แต่ยังต้องมีอินเทอร์เน็ต TextNow ไม่ได้ให้บริการเสียงแบบออฟไลน์หรือไม่มีเครือข่ายมือถือ
ฉันจะส่งข้อความและโทรฟรีผ่าน WiFi โดยไม่มี WiFi ได้หรือไม่?
หาก “ไม่มี WiFi” หมายถึงไม่มีอินเทอร์เน็ตเลย คำตอบคือไม่ได้ แอปส่งข้อความและโทรฟรีผ่าน WiFi ต้องใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น WiFi หรือดาต้ามือถือ หากหมายถึง “ไม่มีแพ็กเกจเครือข่ายมือถือ” คำตอบคือได้ แอปจำนวนมากให้คุณโทรและส่งข้อความผ่าน WiFi หรือดาต้ามือถือได้โดยไม่ต้องมีแพ็กเกจบริการโทรศัพท์แบบเดิม
มีแอปบริการโทรศัพท์ฟรีที่ไม่มี WiFi สำหรับโทรไปยังหมายเลขทั่วไปหรือไม่?
ไม่มีบริการโทรศัพท์ฟรีอย่างแท้จริงที่ทำงานได้โดยไม่มีอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายมือถือ แอปที่โฆษณาว่า “ไม่มี WiFi” จะใช้ดาต้ามือถือของคุณแทน หากต้องการโทรโดยไม่ใช้ WiFi หรือดาต้ามือถือเลย คุณต้องมีแพ็กเกจเครือข่ายมือถือหรือบริการโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมแบบพิเศษ ซึ่งไม่ฟรี
ฉันใช้แอปโทรและส่งข้อความผ่าน wifi เพื่อโทรระหว่างประเทศได้หรือไม่?
ได้ แต่การโทรระหว่างประเทศจากแอปไปยังโทรศัพท์แบบฟรีมีข้อจำกัด แอปจำนวนมากคิดค่าเครดิตหรือค่าบริการต่อนาทีสำหรับการโทรไปยังหมายเลขระหว่างประเทศ หากคุณโทรระหว่างประเทศเป็นประจำ ให้เปรียบเทียบอัตราค่าบริการต่อนาทีและพิจารณาผู้ให้บริการ VoIP แบบชำระเงิน สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีโทรระหว่างประเทศและค่าใช้จ่าย โปรดดูคู่มือวิธีโทรระหว่างประเทศของเรา
ฉันใช้ TextNow โดยไม่มี WiFi ได้หรือไม่?
ได้ TextNow ใช้งานผ่านดาต้ามือถือได้เช่นเดียวกับ WiFi โดยต้องมีอินเทอร์เน็ต ดังนั้น TextNow ที่ไม่มี WiFi หมายความว่าแอปจะใช้การเชื่อมต่อดาต้ามือถือจนกว่าคุณจะกลับมาใช้ WiFi
แอปบริการโทรศัพท์ฟรีที่ไม่มี WiFi หรือดาต้าคืออะไร?
ไม่มีแอปหลักใดให้บริการโทรฟรีโดยไม่ใช้ WiFi หรือดาต้ามือถือ แอปต้องใช้เครือข่ายบางประเภท ไม่ว่าจะเป็น WiFi หรือดาต้ามือถือ เพื่อส่งข้อมูลเสียง บริการใดก็ตามที่อ้างว่าโทรฟรีโดยไม่ใช้เครือข่ายจะต้องอาศัยโควตานาทีโทรของผู้ให้บริการหรือฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง
มีแอปส่งข้อความและโทรฟรีที่ไม่มี WiFi สำหรับใช้งานออฟไลน์หรือไม่?
ไม่มี แอปส่งข้อความและโทรฟรีทั้งหมดต้องใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (WiFi หรือดาต้ามือถือ) หากเห็นการกล่าวถึง “แอปส่งข้อความและโทรฟรีโดยไม่มี WiFi” โดยทั่วไปหมายถึงแอปที่ทำงานผ่านดาต้ามือถือแทน WiFi ได้
ฉันจะโทรผ่าน wifi ฟรีโดยไม่ต้องมีบริการโทรศัพท์ได้อย่างไร?
คุณสามารถโทรฟรีระหว่างผู้ใช้แอปได้โดยไม่ต้องมีบริการโทรศัพท์ผ่านแอปอย่าง WhatsApp, Signal หรือ FaceTime Audio โดยทั้งสองฝ่ายต้องติดตั้งแอป หากต้องการโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ทั่วไปโดยไม่มีบริการโทรศัพท์ แอปบางตัวให้โทรฟรีภายในภูมิภาคที่กำหนด (มักเป็นสหรัฐฯ/แคนาดา) แต่หมายเลขระหว่างประเทศมักต้องใช้เครดิตแบบชำระเงิน
บริการ TextNow ใช้งานโดยไม่มี WiFi สำหรับการโทรระหว่างประเทศได้หรือไม่?
TextNow ใช้ดาต้ามือถือแทน WiFi ได้ แต่การโทรระหว่างประเทศไปยังหมายเลขนอกโซนที่ให้บริการฟรีมักต้องชำระเงิน ฟีเจอร์ฟรีของ TextNow โดยทั่วไปครอบคลุมเฉพาะสหรัฐฯ และแคนาดา การโทรออกระหว่างประเทศต้องใช้เครดิตหรือแพ็กเกจสมาชิก
มีแอปโทรผ่าน wifi ฟรีที่ไม่ต้องมีหมายเลขโทรศัพท์หรือไม่?
มี บริการระหว่างแอปอย่าง WhatsApp และ Signal ให้คุณโทรได้โดยไม่ต้องมีหมายเลขโทรศัพท์สาธารณะแยกต่างหาก การโทรจะเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้แอป หากต้องการโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ทั่วไป จำเป็นต้องมีหมายเลขสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขฟรีหรือแบบชำระเงิน --- Telvio เป็นตัวเลือกที่เกี่ยวข้อง หากต้องการโทรราคาประหยัดและเสถียรไปยังหมายเลขโทรศัพท์จริงใน 200+ ประเทศ Telvio เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา Telvio คือแอปโทร VoIP สำหรับ iPhone และ Android ที่ใช้ WiFi หรือดาต้ามือถือ (ไม่ใช้โควตานาทีโทรของเครือข่ายมือถือ) มีอัตราเริ่มต้นที่ $0.02/min ไปยังสหรัฐฯ และ $0.08/min ไปยังอินเดีย คิดค่าบริการเป็นวินาที และไม่มีค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อ Telvio จำหน่ายชุดเครดิต ($1.99 Starter, $4.99 Standard, $9.99 Pro) ไม่ต้องลงทะเบียนหรือมีบัญชี เครดิตไม่มีวันหมดอายุ และให้โทรฟรี 1 นาทีเมื่อติดตั้งครั้งแรก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพการโทรระหว่างประเทศที่สม่ำเสมอโดยไม่ต้องพึ่งแอปฟรีที่มีโฆษณา บทความที่เกี่ยวข้อง: หากต้องการแอปทางเลือกหรือเปรียบเทียบตัวเลือกวิดีโอและเสียง โปรดดูคู่มือของเราเกี่ยวกับแพลตฟอร์มวิดีโอคอลออนไลน์ฟรี แอปโทรผ่าน WiFi ที่ดีที่สุด คำอธิบายบริการโทรศัพท์ VoIP วิธีโทรระหว่างประเทศ และการโทรระหว่างประเทศฟรีที่ดีที่สุด